การแข่งขัน Esports คำว่า “Meta” (Most Effective Tactics Available) หรือ แทคติก ในการเ่นนั้น มันมีคือส่วนสำคัญที่ทำให้ได้รับชัยชนะ เราได้เห็นกันไปในสองทัสรืจาเม้นต์ใหญ่ระดับโลกแล้วว่าการเล่นเชิงรับหรือตั้งรับนั้น มักจะพ่ายแพ้ให้กับการเล่นแบบ Aggressive อยู่ตลอด
เราจะพาท่านมาเจาะึกกนัเองว่า ทำไมวิธีการเล่นในเกมรุกนั้น ถึงได้ประสบความสำเร็จอย่างมากในเวทีการแข่งขันในระดับโลก
การเล่นเกมรุกคือผู้ควบคุม (The Psychology of Initiative)
การเล่นในสไตล์ของ Aggressive ได้เปรียบ เพราะว่าในทางจิตวิทยาแล้วมันหมายถึงเป็นผู้ควบคุมและกำหนดทิศทาของเกมนั่นเอง
- Mental Pressure: การกดดันให้อีกฝ่ายนั้นเกิดความเหนื่อล้าจนมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้
- Decision Paralysis: โจมตีหรือบุกในหายทิศทางพร้อมกัน จำทำให้ฝ่ายตั้งรับนั้นวางแผนไม่ทัน ทำให่เกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้
ระบบในเกมเปลี่ยนไปเหมาะสำหรับสายรุกมากขึ้น
ผู้พัฒนาเกมนั้นต้องการให้เกมนั้นไม่ได้ออกมาในรูปแบบที่น่าเบื่อ มีการฟาร์มเกิดขึ้นมาไป เลยออกแบบเกมให้เน้นการปะทะที่ง่ายมากขึ้นด้วย
- Kill Rewards & Objectives: รางวัลจากการฆ่าหรือการชิง Objective สำคัญ เพิ่มมูลค่าของรางวัลให้ได้มากกว่าการฟาร์มแบบปกติ
- Mechanics for Aggression: ออกไอเทมหรือสกิลใหม่ๆในเชิงรุก เพื่อให้โจมตีได้ง่ายขึ้น
- Comeback Mechanics: แนวทางการเล่นเกมรุกนั้นรวดเร็วอย่างมาก ส่งผลให้ทีมช่วยเหลือของทางฝั่งตั้งรับนั้นมาช่วยไม่ทัน

แนวทางศึกษา: ทีมใหญ่เล่นเน้นดุดันมากขึ้น
เมื่อเรานั้นมองย้อนกลับไป เราจะเห็นแนวทางของทีมใหญ่ดังนี้:
- T1 (League of Legends): เดินเกมบุกแบบตื่อเนื่อเพื่อไม่ให้ทีมคู่แข่งนั้นสามารถตั้งรับได้ทัน
- Team Spirit (Dota 2): เมื่อตัดสินใจเข้าบุกหรือปะทะแล้ว มักจะทำได้ดี มันคือการตัดสินใจที่เฉียบขาดของทีม
- Paper Rex (Valorant):เล่นแบบแผนนอกตำรา ทำให้ทีมตั้งรับนั้นเจอกับแนวทางการยุกที่เหนือการคาดเดา
เลือกใช้ AI ในการวางแผนช่วยเกมรุก
การเล่นของทีมระดับสูงนั้น เดี๋ยวนี้มีการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วย เพื่อวางแผนเกมบุกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำให้ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองในการเล่นเกมรุก
ทุกคนในทีมนั้นจะสามารถรู้ได้เลยว่า ถ้าเข้าจู่โจมจากจุดไหนแล้วทางทีมตั้งรับนั้นจะไม่สามารถป้องกันได้ทัน รวมทั้งมีการสอดเข้ามาช่วยกันต่อนื่อง เพื่อให้บุกได้อย่างไม่สะดุด
แน่นอนว่ามันจะต้องการ Risk Management บริหารความเสี่ยงด้วย ว่าคุ้มที่จะบุกหรือไม่ เมื่อมันเป็น Calculated Risk ที่ออกมาดีแล้ว ก็จะบุกเข้าใส่กัน อีกทั้งฝ่ายรับนั้นจะเกิดการ Frustration Mechanism ขึ้นมาได้ด้วย ทั้งหมดนี้มันเกี่ยวเนื่องกับ ระบบ RNG (Random Number Generation) กันด้วย
บทสรุป: เกมรุกคือเกมรับที่ดีที่สุด
แม้ว่าจะมีเรื่องเงินรางวัลเข้ามาเกี่ยวข้องกันกันนั้น แต่อย่ากลังที่จะต้องลุยเพื่อเอาเงินก้อนนั้นมา เล่นแบตั้งรับไปเรื่อยๆ มันไม่ได้ช่วยให้เราชนะ เพียงแค่ยื้อเวลาแพ้เท่านั้น แต่การเล่นเกมรุก มันคือการลุยเพื่อไปคว้าเอาชัยชนะมาให้ได้นั่นเอง
หลักการ Meta-Shift มันคือการพัฒนาของวงการ อีสปอร์ต ที่ทำให้มันดูสนุกมาขึ้น หลังจากนี้เมื่อเห็นแล้วว่าการเล่นเกมรุกมันสามารถคว้าชัยชนะได้ หลายทีมนั้นน่าจะปรับมาเล่นเกมรุกกันมากขึ้นแน่