จังหวะในการเล่นเกมนั้นถือว่ามันเป็นสิ่สำคัญ อย่างเกม อีสปอร์ต ที่แข่งขันกันในหลายเกมนั้น มันก็จะมีหลายช่วงเลยที่ทางผู้เล่นนั้นเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ด้วยจังหวะที่ดีหรือเรียกว่าดวงนั่นเอง ซึ่งแม้ว่ามันจะเป็นแบบต้องใช้ฝีมือในการเล่น แต่ระบบ RNG (Random Number Generation) ก็ทำให้มันแตกต่างออกไป
เรานั้นจะพาท่านมาดูเลยว่าไอคำที่ว่ามันดวงดีนั้น มันช่วยให้เกมนั้นเปลี่ยนไปได้มากแค่ไหน
RNG คืออะไร? ทำให้เกมนั้นมันได้ลุ้นตลอด
RNG หรือ Random Number Generation คืออัลกอริทึ่มที่สร้างขึ้นมาเป็นตัวเลขแบบสุ่มไม่ได้ เพื่อทำให้เกมนั้นมีผลออกมา
- Loot Drops: ของที่ตกจากศัตรูหรือกล่อง
- Procedural Generation: การสุ่มด่านหรือภูมิประเทศ
- Combat Mechanics: โอกาสการติด Critical หรือการหลบหลีก (Evasion)

สาเหตุที่ Competitive ต้องมี RNG?
ต้องบอกว่าถ้าเล่นโดยใช้ฝีมือโดยที่ไม่มี RNG (Random Number Generation) เลยนั้น มันทำให้เกมนั้นค่อนข้างน่าเบื่ออย่างมาก ซึ่งเมื่อมีค่านี้เกิดขึ้นมา มันเลยทำให้เกมนั้นไม่น่าเบื่อเพราะว่ามีโอกาสพลิกได้ตลอด
ความน่าจะเป็น: 50% ของเราไม่เท่ากัน?
การเข้าใจในเรื่องของสถิติสำหรับคนทั่วไปนั้น ยังคงเข้าใจผิดกันเสมอ สถิติ 50/50 นั้น มันไม่สามารถบอกได้ว่ามันออกไป หัว ไปแล้ว 5 ครั้ง ครั้งต่อไปมันจะออก ก้อย แบบนั้นมันไม่ใช่ แต่สถิตินั้นจะเป็น 50-50 เหมือนเดิม
Pseudo-Random Distribution (PRD)
ในเกมอย่าง Dota 2 หรือ League of Legends ผู้พัฒนาไม่ได้ใช้ “ดวงอย่างเดียว” แต่ใช้ Pseudo-Random เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
- กลไก: หากคุณมีโอกาสติด Critical 20% แล้วการโจมตีครั้งแรกไม่ติด เกมนั้นจะเพิ่มเปอร์เซนต์กาติดมากขึ้นให้ เพื่อป้องกันการตีได้อยู่ฝ่ายเดียว
ค้าหาสาเหตุ: ทำไมบางคนถึง “โชคดี” กว่าคนอื่น?
หลายคนคิดว่ามันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยให้ดวงดี แต่ความจริงแล้วมันเป็นเรื่องของการจัดการบริการความเสี่ยงมากกว่า
1. การเพิ่มโอกาสชนะ (Maximizing Probabilities)
การกำหนดที่และทิศทางให้ดีนั้น ก็จะทำให้เจอกับจุดดีๆมากกว่าคนอื่น เช่น การเลือกเล่นในตำแหน่งที่ดี มีโอกาสจะคิคู่ต่อสู้ได้ในครั้งเดียว
2. การจัดการเมื่อดวงไม่ดี
บรรดานักเล่นเกมมืออาชีพนั้น เขามีแผนสำรองเอาไว้เสมอ ถ้าเกิดในจุดไม่ดีหรือดรอปได้ไอเทมไม่ดีนั้น เขาก็จะมีทางแก้ไขเพื่อให้มีโอกาสชนะเหมือนเดิม
จิตวิทยาที่ส่งผลต่อความคิด
เราต้องคิดกันให้มันเป็นมุมกลับ อย่ามองแต่ว่าเรานั้นดวงไม่ดี ได้ไพ่ไม่ดี แต่คนอื่นๆเองนั้นก็ได้ไพ่ไม่ดีเหมือนกับเราเช่นกัน เราจึงต้องเปลี่ยนชุดความคิดซะใหม่เพื่อมองโลกในแง่บวกเอาไว้
พัฒนาฝีมือให้ดีกว่า RNG
อยากจะเป็นนักเล่นระดับท็อป อย่ามีคำพูดมากนัก แต่ให้ฝึกตามต่อไปนี้:
วิเคราะห์ข้อมูจากความเป็นจริง ไม่ใช่ความรู้สึก
ลองดูว่าที่ผ่านมานั้นเรานั้นพลาดอะไรตรงไหนไปในการเล่น RNG มันมีส่วนหรือไม่ เราพลาดตรงไหน เราแก้จรงนั้น ไม่ใช่มาโทษว่าคู่ต่อสู้ดวงดีกว่า ที่เขาดวงดีกว่า ก็เพราะเขารู้ว่ามันจะต้องทำยังไงถึงจะชนะ
ฝึกฝน “Input Randomness” vs “Output Randomness”
- Input Randomness: คือสิ่งที่เกมสุ่มให้เราตั้งแต่เริ่ม (เช่น อาวุธที่เก็บได้) เราต้องฝึกปรับแผนตามสิ่งที่ได้
- Output Randomness: คือสิ่งที่สุ่มเมื่อเรากระทำไปแล้ว (เช่น การยิงออกไปแล้วลุ้นว่าจะโดนไหม) วิธีแก้คือ อย่าพึ่งพา Output Randomness ในจังหวะตัดสินเป็นตายถ้าไม่จำเป็น
สมาธิและวุฒิภาวะต้องมีเสมอ (Tilt Management)
อย่าไปตื่นตระหนกตกใจกันมากเกินไป เมื่อคู่ต่อสู้นั้นสามารถได้ RNG (Random Number Generation) ดีกว่าเรา เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเรานั้นก้ต้องหาทางแก้ไข เพื่อให้เรานั้นกลับมาอยู่ในมุมที่ได้เปรียบ
ถ้าเรานั้นมี อัตราคริติคอล ที่ไม่ได้สูงมากนัก เราอาจจะไม่ได้ผลที่ดีมาก แต่เรานั้นสามารถเพิ่ม ความแรงคริติคอล เข้ามาแทนที่ได้ เพื่อให้ดาเมจเวลาโจมตีนั้นแรงขึ้น ซึ่งมันจะทำให้ ค่าเฉลี่ยความเสียหาย มันเท่าเทียมกันนั่นเอง ซึ่งท่านนั้สามาาถศึกษาได้จาก Crit Rate (อัตราคริติคอล) และ Crit Damage (ความแรงคริติคอล) ที่เรานั้นเคยอธิบายไปให้
บทสรุป ดวงก็มีส่วนแต่ทักษะสำคัญกว่า
เกม Competitive RNG ไม่ได้มีไว้เพื่อตัดสินว่าใครเก่งกว่า แต่มีไว้เพื่อทดสอบว่าใครสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนได้ดีกว่ากัน คนที่เขาชนะหรือเรามองว่าเขานั้นโชคดี มันเป็นเพราะว่าเราเรียนรู้ที่จะรับมือและวางแผนกับเหตุการณืที่เขาเจอตรงหน้าได้ดีกว่านั่นเอง